วันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2553

ส.ว.กีฬาจัดสัมมนาแก้ปัญหาบอลไทย

คณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา เตรียมจัดประชุมสัมมนา เรื่อง “การศึกษาและค้นหาปัญหาและสาเหตุของการก่อความรุนแรงของแฟนบอล เพื่อป้องกันการทะเลาะวิวาทในสนามฟุตบอล” ในวันที่ 26 เม.ย.นี้ พร้อมทั้งเชิญผู้ที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น วรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลฯ ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ประธานบ.ไทยพรีเมียร์ลีก ร่วมบรรยายและอภิปรายในงานดังกล่่าวด้วย...

นายวรวุฒิ โรจนพานิช ประธานคณะกรรมาธิการการกีฬา วุฒิสภา(กมธ.กีฬา ส.ว.) เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ก ระหว่างทีม เมืองทองฯ ยูไนเต็ด แชมป์ไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก 2009 กับทีมการท่าเรือไทย เอฟซี แชมป์ฟุตบอลมูลนิธิไทยคม เอฟเอคัพ 2009 เมื่อวันที่ 20 ก.พ.2553 ที่สนามศุภชลาศัย ซึ่งการแข่งขันได้ยุติลงก่อนหมดเวลา 10 นาที โดยทีมการท่าเรือไทย เอฟซี ได้ประกาศขอยอมแพ้ ในขณะที่เมืองทองฯยูไนเต็ด นำอยู่ 2-0 เพราะการแข่งขันดังกล่าว ได้มีเหตุการณ์รุนแรงจากแฟนบอลของการท่าเรือฯ ที่ไม่พอใจการตัดสินของกรรมการ ยกพวกทำร้ายแฟนบอลเมืองทองฯ จนได้รับบาดเจ็บไปหลายราย และแฟนบอลบางส่วนได้ทำลายทรัพย์สินของทางราชการจนได้รับความเสียหายนั้น

จากเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นดังกล่าว แม้ว่าหลายฝ่ายจะมองว่าเป็นเรื่องปกติที่สามารถเกิดขึ้นได้ในลีกฟุตบอลอาชีพทั่วไป แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่าเหตุการณ์ความรุนแรงดังกล่าว ได้สร้างภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อวงการฟุตบอลอาชีพที่กำลังอยู่ในระยะเร่ิมต้นของประเทศไปเรียบร้อยแล้ว และยังได้มีส่วนทำลายความตั้งใจของทุกฝ่ายที่พยายามสร้างฟุตบอลอาชีพตลอดที่ผ่านมาเกือบ 20 ปี จนสามารถสร้างลีกฟุตบอลอาชีพเป็นรูปเป็นร่างในประเทศขึ้นในปี 2552 ที่ผ่านมา และได้สร้างความหวังให้กับผู้ที่อยู่ในวงการฟุตบอล และแฟนบอลว่า ประเทศไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่การเป็นฟุตบอลอาชีพเช่นเดียวกับต่างประเทศที่ประสบผลสำเร็จ และมองก้าวไปในอนาคตว่า ลีกอาชีพจะช่วยพัฒนา และยกระดับฟุตบอลทีมชาติไทยให้สามารถเข้าไปโลดแล่นในรอบสุดท้ายของการแข่งขันฟุตบอลโลกอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

แต่เหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นจากแฟนบอลดังกล่าวข้างต้น ได้ส่งผลกระทบอย่างสูงต่อทิศทางการพัฒนาฟุตบอลอาชีพในอนาคต และได้กลายเป็นประเด็นที่พูดและวิพากษ์วิจารณ์ในกลุ่มสื่อมวลชน และประชาชนที่ชื่นชอบกีฬาฟุตบอลอย่างเข้มข้น จนเป็นที่วิตกกังวลว่าเหตุการณ์รุนแรงดังกล่าว หากสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และบริษัทไทยแลนด์ พรีเมียร์ลีก จำกัด ในฐานะที่เป็นองค์กรหลักที่รับผิดชอบในการบริหารจัดการ ไม่รีบร่วมหามาตรการแก้ไขหรือป้องกันความรุนแรงอย่างจริงจังแล้ว ฟุตบอลอาชีพของประเทศ ที่กำลังสร้างความหวังให้กับเด็ก เยาวชน และประชาชนในประเทศอย่างกว้างขวาง อาจล่มสลายไปไม่ทันข้ามคืน

ด้วยเหตุนี้ กมธ.กีฬา ส.ว. ในฐานะกลไลนิติบัญญัติที่มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน ด้านการกีฬาของประเทศ และสนับสนุนส่งเสริมการกีฬาของประเทศ รวมทั้งที่ผ่านมากมธ. เองก็ได้มีโครงการรณรงค์และสนับสนุนฟุตบอลอาชีพมาโดยตลอด จึงได้มีมติให้มีการจัดประชุมสัมมนา เรื่อง “การศึกษาและค้นหาปัญหาและสาเหตุของการก่อความรุนแรงของแฟนบอล เพื่อป้องกันการทะเลาะวิวาทในสนามฟุตบอล” ในวันที่ 26 เม.ย.นี้ ที่ห้องรับรอง 1-2ชั้น 3 อาคารรัฐสภา 2 ระหว่างเวลา 08.00-13.00 น.ขึ้น เพื่อระดมความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากที่ประชุมสัมมนา เพื่อนำเสนอเป็นข้อสรุปในการแก้ไขปัญหาต่อรัฐบาล และหน่วยงานที่รับผิดชอบพิจารณารับไปดำเนินการแก้ไขต่อไป

โดยการสัมมนาครั้งนี้ จะได้เชิญนายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ มาบรรยายพิเศษ เรื่อง “ความรุนแรงและการทะเลาะวิวาทในสนามกับการพัฒนาฟุตบอลอาชีพในประเทศ”

ขณะที่ ดร.วิชิต แย้มบุญเรือง ประธานกรรมการ บริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก จำกัด พลตำรวจโทวรพงษ์ ชิวปรีชา ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และอุปนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ นายสาธิต กรีกุล ผู้สื่อข่าว นาวาอากาศเอก(พิเศษ) นายแพทย์ไพศาล จันทรพิทักษ์ รองผู้อำนวยการการโรงพยาบาลกรุงเทพ นายเทียนชัย บุญยพรรค ประธานแฟนคลับสโมสรฟุตบอล บางกอกกล๊าส เอฟซี ร่วมอภิปราย เรื่อง “การค้นหาสาเหตุและวางแนวทางในการป้องกันความรุนแรงและการทะเลาะวิวาทของแฟน บอล”

รวมไปถึง รศ.ดร.สุพิตร สมาหิโต นักวิชาการประจำกมธ.กีฬา ส.ว. นายสุเมต สุวรรณพรหม รองประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขันฟุตบอลลีกภูมิภาค(ดิิวิชั่น 2) อภิปราย “สรุปผลการศึกษาและค้นหาสาเหตุในการป้องกันและการทะเลาะวิวาทของแฟนบอลใน สนามฟุตบอล”

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น